วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ความไม่เที่ยง คือ เที่ยงแท้ ของทุกสรรพสิ่ง

คุณตามา สุขชาติ 2463 - 20 ก.ย. 2561  (ซ้าย) คุณย่าพวง จันทร์พูล 2467 - 28 ก.ย. 2561 (ขวา)

คุณย่าพวง จันทร์พูล
ภาพส่งย่าพวง สู่ทรวงสวรรค์
ภาพส่งคุณตามา สู่สวรรคาลัย 




 ที่ 20 กันยา ตาไปแล้ว                                      สิ้นดวงแก้ว ไม่มีแล้ว แก้วดวงตา 

มืดสนิท ร่างสลาย ไม่หวนมา                            เก้าสิบแปด ปีกว่า อายุวรรณ


บวชผ้าขาว เดินจูงท่าน สู่เมรุมาศ                     คงสามารถ กลั้นน้ำตา ไม่หวาดหวั่น 

ได้ยินเสียง บรรเลงเพลง ช่างโศกศัลย์             มิอาจกลั้น เอาไว้ได้ น่าอายจริง


อีกแปดวัน น้ำตาพร่า ย่าไม่อยู่                         พวกเรารู้ ว่ามิอาจ จะประวิง 

ความไม่เที่ยง คือ เที่ยงแท้ สรรพสิ่ง                นี่เรื่องจริง หรือหลอก บอกหลานที 


เกิดสองพันสี่ร้อยหกสิบเจ็ด                             รวมเบ็ดเสร็จ อายุไข  เก้าสิบสี่

กำลังงาม ตามวิสัย กำลังดี                              สองท่านนี้ก้าวหน้า จะพารวย


ล็อตเตอรี่สี่ใบใครจะรู้                                      อยากลองดู พอถูไถ ใช่เล่นหวย

ทั้งเก้าสี่ เก้าแปด หลานจะรวย                        คงถูกหวยอายุท่าน พรรณนา


พอหวยออก มีคนบอก ว่าเก้าเก้า                    โอ้แม่เจ้า เก้าที่เรา ปรารถนา 

ไม่เคยออก ตัวที่เรา พรรณนา                         ตกเวหา เผาไหม้ ทั้งไส้เทียน 


เหลือแต่ชื่อ ร่างมลาย หายไปแล้ว                  ขอจงแคล้ว ภัยพาล หลานจะเขียน

บทประพันธ์ พันผูก ที่ลูกเรียน                         จะขอเพียร เขียนเป็นกาพย์ ทราบซึ้งใจ


ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี                        อยากจะหนี หนีไม่พ้น อายุไข

จะร่ำรวย มีจน ไม่ว่าใคร                                  ไม่อาจยื้อ  ชีวีตไว้  ให้จีรัง


ยามหายใจ มีชีวี ทำดีไว้                                  แม้นตัวตาย ชื่อของตน ชนรุ่นหลัง     

ยังจดจำ ชื่อคำคล้อง กึกก้องดัง                      ประดุจดั่ง เสียงฆ้อง ก้องกังวาล


ซีน พระอภัย : ประพันธ์ 
ขอมอบ "กลอนแปด เก้าบท" นี้  
แด่ คุณตามา สุขชาติ  และ คุณย่าพวง จันทร์พูล

เดือนครบรอบ 35 ปีของข้าพเจ้า กลับกลายเป็นเดือนที่เศร้าที่สุด ตราบเท่าที่เคยเกิดมาบนโลกใบนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า

"ความไม่เที่ยง คือ เที่ยงแท้ ของทุกสรรพสิ่ง"   


















วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

ด้วยรักและอาลัย จากใจหลาน คนใกล้ แต่ห่างไกล



พ่อใหญ่มา สุขชาติ

2 พฤษภาคม 2463  ถึง  20 กันยายน 2561 อายุ 98 ปี

พ่อใหญ่มา สุขชาติ 2 พฤษภาคม 2463  ถึง  20 กันยายน 2561 อายุ 98 ปี


ขอคุณงาม ความดี จงหนุนส่ง              ให้ใจโล่ง ไปสบาย นะตาจ๋า

สุขคติ สรวงสวรรค์ คณนา                     พ่อใหญ่มา สุขชาติ ของพวกเรา

เสียงฟ้าสั่ง ดังเปรี้ยงปร้างหลังส่งพระ     ลมปะทะ ก้อนเมฆดำ ดั่งเนินเขา

ถอยตั้งหลัก ชักไม่แน่ แล้วตัวเรา            จะมัวเมา เศร้าสร้อย อยู่ทำไม

ยังมีพ่อ มีแม่ ต้องดูแล                            ไม่ต้องรอ พ่อแม่แก่ ไปไม่ไหว

ที่ท่านชอบ เราไม่ชอบ ก็พาไป                ไม่สนใจ แล้วใครเล่า จะเหลียวแล


ซีนพระอภัย : ประพันธ์   
ด้วยรักและอาลัย จากใจหลาน คนใกล้ แต่ห่างไกล



วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560

จงทำสิ่งที่คิดอยากจะทำ ก่อนที่ร่างกายจะเหลือแต่เถ้าถ่าน

"คนเราชีวิตไม่ได้ยืนยาว เป็น ร้อยปี พันปี จงอย่าประมาทในการดำเนินชีวิต"

นี่คือ สิ่งที่ผมเตือนใจตัวเองหลังจากที่ได้ทราบข่าวคราว เกี่ยวกับคน ๆ หนึ่ง
ซึ่ง ยังอายุไม่มากนัก เค้ามีครอบครัว และ มีลูก อายุราวๆ  4 ปีเศษ และ ลูกของเค้าเกิดวันเดียวกัน กับ
ลูกของผม บ้านของเรา ไม่ใช่สิ บ้านของผู้บังเกิดเกล้าของแม่ของลูกของผม ... เอาสั้น ๆ  หน่อยได้ปะ..  เอาตามนั้นแหละ เอิก ๆ   เค้าเลิกรากับ ภรรยาของเค้า มาราวๆ  สองปีเศษ และเค้า ก็มีภรรยาใหม่  เอ้ย เรื่องส่วนตัวเค้า เข้าประเด็นเลยดีกว่า เรื่องก็คือ ว่า ณ ตอนนี้ เค้าทำงานเป็นคนขับรถหกล้อ ขนดิน เค้าเป็นคนอ้วน น้ำหนักเยอะ ราว ๆ 100 กว่ากิโล เค้าบ่นเจ็บหัวเข่ามานาน เดือนก่อนที่เค้าจะสิ้นลม เรายังได้เจอกันที่ โรงบาล แห่งหนึ่ง ใจจังหวัดอุบลฯ ยังได้พูดคุยกันอยู่เลย แต่หลังจากนั้นเค้าล้มป่วย จนต้องนอนห้องไอซียู สาเหตุน่าจะสืบเนื่องมากจาก การเจ็บหัวเข่า แต่เค้าไม่ได้ไปรักษาที่โรงบาล มักจะไปคลีนิคมากกว่า ได้ข่าวหมอผ่าตัด เอาฝึ ทีหัวเข่าออก และ เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด จนสิ้นลม ทั้งๆ ที่เข้าโรงพยาบาลไม่นาน น่าจะประมาณ 1-2 สัปดาห์ อันนี้ผมก็ไม่ทราบแน่ชัด

จากเหตุการณ์นั้น ทำให้ ลูกเค้ากำพร้าพ่อ ทันที ซึ่งก่อนหน้าที่พ่อจะเสีย พ่อกลับแม่เค้า เลิกรากัน พ่อก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านดูแลลูก ลูกก็อยู่กับ ปู่  กับ ย่า และ ญาติ ๆ  ที่ีคอยเลี้ยงดูอุปถัมป์ และภรรยาของเค้าที่เลิกรากันไป คอยกลับมาหาลูกเป็นครัั้งคราว ผมอาจจะไม่ได้สนิทกับเค้ามากนัก แต่ ก็รับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และ เป็นจะจดจำเหตุการณ์นี้ไว้ เพื่อเป็นออุทาหรณ์

"จงทำสิ่งที่คิดอยากจะทำ ก่อนที่ร่างกายจะเหลือแต่เถ้าถ่าน"


ขอมอบเพลงนี้แด่........ขอให้ไปสุขคตินะ.....


2017-09-27 23:17 เริ่มแต่ง มอบให้แด่คนหนึ่ง ที่ล่วงลับไปแล้ว


ไม่มีแล้ว...คนที่เคยรักกัน....เจ้าตัดความสัมพันธ์ ด้วยการจากลา
อย่างไม่มี วัน หวน กลับมา  หลั่งน้ำตาหยดนี้  ให้เจ้า...เป็นถือสุดท้าย...

ไผสิรู้  กะยังเห็นกันอยู่ ได้เจอะเจอ ได้คุย ได้เว้าจา...
วันเวลาผ่านไปไม่นาน เลยหนา.... เจ้าจากไป..ไม่ลากันซักคำ

ท่อนฮุก :

ข่อยสิเฮ็ดจั่งได๋ ในวันที่บ่อมีพ่อ ขอพ้อกันชาติหน้าได้ไหม
น้องสิเฮ็ดจั่งได๋ ในวันที่ไม่มีอ้าย คงต้องสู่ต่อไปเพื่อลูก...ของสองเฮา
แม่สิเฮ็ดจั่งได๋ ในวันที่ไม่มีเจ้า คงสิเศร้า สิเหงา น่าดู
พ่อสิเฮ็ดจั่งได๋ ในมื้อนี้ พวกหดหู่  ขอไปสู่สุขคติ เด้อลูก....จ๋า.......

โฮ  โฮ้ โอว โอ่......

จบ .... มีแต่เนื้อร้อง ทำนองอยู่ในใจ ดนตรีอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้เช่นเดิม
ผู้แต่ง: ซีน พระอภัย แต่งเสร็จ 23.57 น.


วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

นิราศ...ขี้ห่อทอง....

ผู้ประพันธ์: ซีน พระอภัย.... เริ่มแต่งประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง

จะบาปบุญ คุณโทษ โกรธหรือเกลียด           จะไปเคลียด ทำไม ให้ปวดหมอง
ไปก็ลา มาก็ไหว้ ตามครรลอง                       อยากให้มองไปข้างหน้าข้าจะรวย


เหลืองอร่ามงามเลิศประเสริฐศรี                    ก็ยังมี ตำหนิว่า ให้งงงวย
ถ้าคิดดี ทำดี ยังไงก็รวย                              ถ้าคิดชั่ว ก็คือควาย ไว้ไถนา


ปล่อยไปเถิดสิ่งร้ายในภายหลัง                    ใครจะพังช่างเค้าให้เราหา
สัมพาระเก็บให้พร้อมน้อมขมา                      ลั่นวาจาขอโทษอย่าโกรธกัน


ต่อแต่นี้ไม่มีแล้วแก้วดวงตา                           มองบนฟ้าจะเห็นหน้าอารมณ์ขัน
ต่อแต่นี้เจ้าจงสู้และฝ่าฟัน                             เพราะความฝันรอเราอยู่คู่คนดี


พ่อจะพาเจ้าไปสุดไกลล้า                             สุดขอบฟ้าบนนภาพาสุขีร์
แม่จะพาไปให้พ้นคนอัปปรีย์                         ขอให้เราโชคดีและมีชัย..


ใครจะว่าอกตัญญูขอน้อมรับ                         ดีกว่ากุมขมับน้ำตาไหล
สามวันดี สี่วันไข้ ใครหน๋อใคร                       ช่างโหดร้าย กับลูกได้ มิใช่คน


ยามมีภัยจะปกป้องไม่เคยมี                           กลับบอกใบ้ไล่หนีน่าฉงน
ที่กระทำเหยียบย่ำก็ลูกตน                            ทำให้เกิดเป็นคนได้เยี่ยงไร


 ........ แต่งจบ 23.23 วันที่ 09-04-27 ใช้เวลาแต่ประมาณ 1 ชม.































วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เพลง : ทั่งขึ้นโพนโลดเด้ออ้าย

เพลง : ทั่งขึ้นโพนโลดเด้ออ้าย  
ผู้แต่ง : ซีน พระอภัย...
วันที่แต่ง : 2016-10-25
เริ่มแต่ 22.29 แต่งจบ 22.48 (คำร้อง,ทำนอง(ยังไม่มีเหมือนเดิม อิอิ))

เกิดมาสิบสองสิบสามปี เคยแต่เล่นบักหลี้กับพี่ตอนเป็นเด็กน้อย
จนบัดนี้น้องโตเป็นสาวสก๊อย นั่งซ้อนท้ายอ้ายต้อยไปทุกแห่งทุกหน
อ้ายพาซิ่งเปิดซิงน้องเป็นตาหลูโตน หย่อนบ่อเชื่อคำคน ถึงโพนก็ขึ้น
มอแตไซด์พุ่งขึ้นฟ้า เป็นตาเบิ่ง เทิ่งบั้นท้ายดังตึก สะอึกสะอื้น
น้ำตาน้องหย้อยเป็นตาหลูโตน  น้ำตาน้องหย้อยเป็นตาหลูโตน
อ้ายพาน้องขึ้นโพน โตน ตึก   โตน ตึก ตึก ตึก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขึ้นทีแรกน้องว่าเป็นตาหย่าน  ขึ้นทีแรกน้องว่าเป็นตาหย่าน 
บ่านมื้อหน้าขึ้นผ่าน ทั่งขึ้นโพนโหลดเด้ออ้าย....................

อ้ายต้อยห่างกันบ่อกี่ปี อ้ายพาเล่นบักหลี้แต่กี้ตอนเป็นเด็กน้อย
จนบัดนี้้อ้ายกลายเป็นหนุ่มสก๊อย  สาวส่ำน้อยซ้อนท้ายไปทุกแห่งทุกหน
สิพาน้องซิ่งเริ่มจากเมืองอุบลฯ  วิ่งไปทางสกลฯ ให้คนโฮแซว
เสียงมอไซต์ดัง แบน แบน เป็นตาเบิ่ง เทิ่งบั้นท้ายดังตึก เริ่มคึก-งึกแล้ว
รถขึ้นโพนน้อยเป็นตาหลูโตน รถขึ้นโพนน้อยเป็นตาหลูโตน
อ้ายพาน้องขึ้นโพน แฮงโหย่น แฮง คึก งึก งึก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขึ้นทีแรกน้องว่าโซ่อ้ายหย่าน ขึ้นทีแรกน้องว่าโซ่อ้ายหย่าน 
บ่านมื้อหน้าขึ้นผ่าน จอดเข็งโซ่แนเด้ออ้าย....................

5555555

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เพลง : ฮักเจ้าเลยเข้าม่านรูด

เพลง :  ฮักเจ้าเลยเข้าม่านรูด 
(แต่งจากสตอรี่.....กะว่าจะแต่งให้จ้าของสตอรี่เป็นของขวัญเนื่องในวันที่ลาจากกัน จากที่ทำงาน ณ วันนี้ เค้าลาออกไปแล้ว ประมาณ 6 วัน)
ผู้แต่ง :  ซีน - พระอภัย..
เริ่มแต่ง : 05/10/2559 เวลา 22.20 น.  แต่งจบ 23.27 น.  แต่ยังไม่ใส่ทำนอง  

Gm             C#                  Dm                Gm      C#         Am
ความฮักของเฮา เมื่อครั้งเก่าก่อน        ตั้งแต่ตอน เฮาสองอบรมกัน
                 Dm                   Gm                         C#                    A
ที่เมืองหมอแคน  ดินแดนแห่งนั้น        เคยสานสัมพันธ์  ขึ้นสวรรค์คาลัย


           Dm               Gm                          C#                 Am 
คิดฮอดเด้...คิดฮอดเด้หล้า               ตอนนี้หล้า...เจ้าอยู่กับไผ

                 Dm           Gm                            C#                     A
คิดฮอดบ้อหน้อ คนเคยมีใจ              น้ำตาอ้ายไหล วันเจ้าถิ่มอ้ายไป

             Dm               Gm                          C#
               Am
เจ้ามีคนใหม่ อ้ายกะดีใจนำ           เจ้าคงบ่อได้จำ ว่าเคยฮักอ้าย

          Dm            Gm                              C#                      A
หรือว่าเจ้า บ่อเคยมีใจ                   บ่อได้รักใคร่ แค่อารมณ์ไหวสั่น

           Dm            Gm                                  C#              Am
ใต้แสงจันทร์ สลัวหัวใจ                    อ้ายกะเลยเว้า  ว่าไปจั่งซั่น

             Dm                      Gm                     C#                    A
บ่อคิดคือกันว่าเจ้านั้นกะไหวหวั่น      เลยขึ้นสวรรค์ ตั้งแต่แลงยันเช้า


** ท่อนฮูก 

             Dm               Gm                               C#             Am
คิดฮอดหลาย อยากไปเจอ               ขับมอเตอร์ไซด์ไปจากอุุบล

                 Dm                 Gm                     C#              A
สู่เมืองหมอแคน ดินแดนดอกคูณ     สุดแสนอาดูร บ่อมีคนดูแล


***

               Dm          Gm                          C#                             Am
ม่านรูดแห่งนี้ คือบ่อมีเจ้า                บ่อได้มีเรา มีแต่ข่อย มาเที่ยวมาแว้..แว...

          Dm                   Gm                           C#                     A
บ่อได้กิน   ได้อยากแท แท้....        แค่อยากมาแว...ห้องเช่าห้องเดิม...เอ้อ...เออ...เอ้อ..เออ....


****

               Dm                Gm                                C#              Am
 ให้เฮ็ดจังได๋ ใจอ้ายยังฮักเจ้า               ความฮักของเฮา คือจบไวแท้

                 Dm                      Gm                     C#                       A
 แม้เนิ่นนานผ่านไปโดน..ก็หยังแคร์      ฮักเจ้าแท่แท้ แม้ว่าเจ้า..สิบ่อมีใจ
               Dm             Gm                                C#                         Am
 กลิ่นแป้งหอมที่เจ้าเคยใช้                    อ้ายยังจำได้เลขสิบสอง ป๋องสีชมพู....
ฮู่..ฮู๋..ฮู้....ฮู๋...ฮู้...อุ่..อู..อู้...อู.....             ฮู..ฮู้...ฮู..ฮู่.......

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ความสำเร็จ ไม่ได้ มา ตอนที่เราพร้อม



วันนี้ได้มีโอกาสไปอบรมเกี่ยวกับจิตวิทยากับการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ จาก อ. คมศักดิ์  ที่ มายด์โฮม เลยได้ ย้อนกลับมาสำรวจตัวเอง อีกครั้ง นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งขอบคุณ ผู้บริหาร addlink มาก ๆ ครับ

การรับข่าวสาร ด้านบวก มาก ๆ  จะทำให้เรามีความคิดเชิงบวก มากตามไปด้วย และ ในทางตรงกันข้าม
ถ้าเรารับข่าวสาร ด้านลบ มาก ๆ  ก็จะทำให้เรามีความคิดด้านลบ ตามไปด้วย อันนี้ต้องระวังครับ
โดยเฉพาะข่าวสารจากสื่อในบ้านเราทุกวันนี้ ข่าวด้านลบ มีมากกว่า ด้านบวก ครับ ทั้ง หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ Social network

และ ความคิดนี่แหละ จำพาเราไปทุกที่ คิดดี ก็พูดดี และ การกระทำก็จะดีไปด้วย  อย่าปล่อยให้ความคิดของเรา จมอยู่กับเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าใครจะดูถูก ให้จะนินทา ปล่อยเค้าไปครับ  นั้นเป็นความทุกข์ของเค้า แต่ไม่ใช่ความทุกข์ของเรา  แต่ถ้าเก็บมาคิด ซ้ำ ๆ ๆ  คนที่เป็นทุกข์ ไม่ใช่เค้านะครับ แต่เป็นเราต่างหาก ละ ทุกข์ เพราะคิดนี่แหละ ทำไมเราจะต้องปล่อยให้ เราเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า นินทาไปเลยครับ ดูถูกไปเลยครับ ตามสบาย แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะกรุณา...อิอิ

จริงๆ แล้ว เราโดนสมองหลอก สมองไม่ได้เป็นคน ๆ เดียวกันกับเรา เราโดนหลอกให้ หลงอยู่ในวังวน แห่ง ความล้มเหลว คนเราจะมองเห็นในสิ่งที่ตัวเองมองหา

ความสำเร็จ ไม่ได้ มา ตอนที่เราพร้อม ดังนั้น  เราต้องทำทุก ๆ  อย่าง ตอนที่เรายังไม่พร้อม ถึงจะสำเร็จได้
และ ความสำเร็จจะมีตัวฉุดรั้งไม่ให้เรา ไปสู่ความสำเร็จ ได้ ซึ่งเราก็ต้องแก้ปัญหา ให้ได้ อยู่ที่ความคิดเรา ล้วน ๆ  ไม่เกี่ยวกับใครเลย
เพราะความคิด ทำให้ เกิด คำพูด  และ และการกระทำ  คิดดี พูดดี ก็ทำดี ครับ เราต้องซึมซับ เรื่องราวดี ๆ ให้มาก ๆ เท่าที่จะมากได้
ต้องมีความคิดเชิงบวก มาก ๆ  ถึงจะสำเร็จ  เราไม่รู้ว่าจะได้มายังไง แต่ให้ เราคิดเสมอ ว่า เราจะได้มันมา อย่างแน่นอน  ให้เราคิดไว้ ตลอดเวลา
ว่า เราต้องการ บ้าน ต้องการ รถ ต้องการความมั่งคั่ง ต้องการ ความสุขและความปลอดภัย ในชิวิต  นีคือบทสรุปที่ได้มาจากการอบรม

"เราไม่รู้ว่าจะได้สิ่งนั้นมาอย่างไร แต่ มันมาแน่ " .....

แต่ถ้ายังไม่เลิกเขียนบทความ สิ่งที่แน่นอนที่สุด คือ "พรุ้งนี้ ไม่มีงานส่งลูกค้า แน่ ๆ " 55555 ไปละครับ ทำงานก่อนเด้อ  พี่ น้อง....

03.11 น. จบรอบแรก (เขียนบทความใส่ Notepad ไว้)
03.37 น. จบรอบสอง (เขียนลง blogger)

ไปละครับ ทำงานก่อน อิอิ

03.40 นั่งอ่านจบ....
  
03.44 หาภาพมาใส่บล็อก  พอ ๆ  ๆ    ๆๆ  ทำงาน ๆ ๆ  ๆ ๆๆๆ


วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วันที่ผมกำหนดเกิดเป็นคน (ความทรงจำของผม)



วันที่ผมกำหนดเกิดเป็นคน    พ่อแม่ทนลำบากมากหนักหนา
ขอบคุณแม่ที่ทำให้ผมเกิดมา  ขอบคุณนะคุณพ่อพอประมาณ


วันนั้นผมสามขวบจวบจะครึ่ง   ผมคนึงถึงคณิตคิดคูณหาร
หยิบปากกา มาวาด หัดเขียนอ่าน เล่านิทานให้ฟังครั้งเยาว์วัย


พ่อครับพ่อเอาหมาป่ากับหมูน้อย  ที่ขึ้นดอยบนทางเดินเนินไศล (สะ - ไหล แปลว่า โขดหิน)
พ่อครับพ่อหมาป่ามานั่นไง.....   หมูน้อยวิ่งขึ้นไปให้พ้นทาง


หมู่สามตัวถึงเพลาต้องลาจาก     จำต้องพรากจากแม่พ่อพอรุ่งสาง
ก็ได้เตรียมสัมพาระออกเดินทาง  เพื่อไปสร้างบ้านอยู่ตามลำพัง


หมูตัวแรกสร้างบ้านด้วยฟางหญ้า  ตัวต่อมาสร้างด้วยไม้ได้ความหวัง
ว่าจะสร้างรกร้างให้จีรัง   ไม่มีพังบ้านของข้าทนฟ้าดิน


ตัวที่สามตามวิสัยมองไกลกว่า  บ้านของข้าต้องแข็งแรงยิ่งกว่าหิน
ฟ้าถล่มดินทลายไม่วายสิ้น      หมาป่าเป่าจนแลบลิ้นก็ไม่พัง




ประพันธ์โดย :  พระอภัย.... 29-07-2559 02:30
(ทองเสี่ยน จันทร์พูล)

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

ไม่มีเขา ยิ่งดี เรามีสิทธิ์เลือก


ไม่มีเขา ยิ่งดี เรามีสิทธิ์เลือก        ไม่มีเขา ชั่งหัวเผือก เลือกได้ใหม่
ไม่มีเขา เรายิ้มได้ ไม่เป็นไร         ได้เลือกใหม่ ใหญ่กว่าเก่า เร้าอารมณ์

จะมัวจมอยู่กับมันทำไมเล่า            อย่ามัวเมา อยู่กับเหล้าให้ขื่นขม
ออกไปมัน ดิ้นให้สุด จุดอารมณ์      เหล้าสักกลมนมสักขวดนวดซักคน

ขอบคุณเขาทำให้เรามีสิทธ์เลือก      แล้วไยเล่าเราต้องกระเสือกกระสน
ขอบคุณเขาเรารู้ค่าความเป็นคน      จะฝึกฝนอดทนกับน้ำตา

ไม่มีเขาแต่ว่าเรายังมีแม่                 รักจริงแท้ แม่ของเรา เฝ้าห่วงหา
กลับเถอะนะมาหาแม่ที่บ้านนา          พ่อคอยท่ารอเวลาเจ้ากลับใจ...

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

Review หนังสือ: แมงเม่า แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น "อย่างเป็นระบบ"

Review หนังสือ: แมงเม่า แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น "อย่างเป็นระบบ"

โดย มนสิช จันทนปุ่ม



วันนี้เพิ่งได้รับหนังสือมาสด ๆ ร้อน  ๆ ครับ ส่งตรงมาจาก http://mangmaoclub.com/ เลยครับ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณ มด แมงเม่าคลับ https://www.facebook.com/mangmaoclub มาก ๆ นะครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ Review หนังสือหุ้น ฉบับนี้ ครับ ขอ ออกตัวก่อนเลยนะครับว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ  ครับ อิอิ เพราะนี่เป็นการ review หนังสือเล่มแรกในชีวิต เลยล่ะครับ...

เข้าเรื่องเลยละกันครับ ....

ชื่อหนังสือ :

แมงเม่า แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น "อย่างเป็นระบบ"


ชื่อผู้แต่ง : มนสิช จันทนปุ่ม
สำนักพิมพ์ : สยามควอนท์ (SiamQuant)
ปีที่พิมพ์ : มกราคม 2558  เล่มนี้เป็นการพิมพ์ครั้งแรกนะครับ....
จำนวนหน้า:
280 หน้า
ราคา:
299 บาท
ประเภทหนังสือ :
1. หุ้น 2. หุ้นและการลงทุน 3. การลงทุน (สรุปก็คือ หนังสือหุ้น นั่นเองครับ)

หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED  ทุกสาขา ทั่วประเทศ นะครับ

 คำนำสำนักพิมพ์ :
          คุณเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า วิธีการลงทุนที่อาศัยเพียงแค่ฐานข้อมูลของราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละวัน อย่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือหลักการทางสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำไปปรับใช้เป็นกฎ หรือ ระบบในการลงทุนนั้น จะช่วยให้เราสามารถทำกำไรและเอาชนะตลาดได้จริง ๆ หรือไม่ ?
    
          ในหนังสือเล่มนี้นั้นไม่เพียงแต่ที่คุณจะได้พบกับคำตอบที่ว่ามันจะสามารถช่วยให้คุณทำกำไรและเอาชนะตลาดได้จริงๆ หรือไม่ แต่มันยังได้แสดงตัวอย่างให้เห็นกันอีกด้วยว่าคุณจะสามารถทำมันได้อย่างไรและอะไรคือเหตุผลหรือตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำกำไรและเอาชนะตลาดในระยะยาวกันได้อย่างไม่ยากไม่เย็นอีก โดยนอกจากที่คุณจะได้พบกับตัวอย่างของระบบการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งมีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยประสิทธิภาพและความยั่งยืนแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังจะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงพลังของการบริการหน้าตักเงินทุนอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการขาดทุนอย่างหนักและเร่งผลกำไรให้กับการลงทุนของคุณเอง รวมไปถึงแนวคิดและทัศนคติต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำการลงทุนอย่างเป็นระบบด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องกันอีกด้วย
         
          ทางสำนักพิมพ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยจุดประกายและทำให้คุณมองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างเป็นระบบกันมากยิ่งขึ้น และจะทำให้คุณได้เข้าใจว่าเหตุใด การลงทุนอย่างเป็นระบบจึงสามารถที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยที่คุณอาจไม่เคยนึกถึงกันมาก่อนเลยทีเดียว และนี่ก็คือจุดประสงค์ที่ทำให้เกิดหนังสือ "แมงเม่าคลับ" เล่มนี้ขึ้นมานั่นเอง

เนื้อหาโดยย่อ : 

    หนังสือเล่มนี้ ได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ครับ

  • ความเป็นไปได้
  • ผู้เขียนได้กล่าวถึงวิธีการที่จะเอาชนะตลาด ด้วยการลงทุนอย่างเป็นระบบ นั้นทำได้จริงหรือไม่ และยกตัวอย่างว่า ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะตลาดได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เขียนก็ไม่อาจจะการันตีได้ 100% ว่าคุณจะเอาชนะตลาดได้เพราะการลงทุนในอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เราจะไม่สามารถเอาชนะตลาดได้เลยซะทีเดียว ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่เคยสร้างผลตอบแทนสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างยั่งยืนมาอย่างยาวนาน และเราก็ยังมีความรู้รวมถึงกลยุทธ์หรือระบบการลงทุนที่พิสุจน์ได้อย่างชัดเจน ว่าพวกมันต่างก็สามารถที่จะช่วยให้เราสามารถเอาชนะตลาดได้เช่นเดียวกัน
    มีคำกล่าวจากผู้เขียนว่า

    "ผมไม่เคยเจอนักเก็งกำไร หรือ นักเทคนิคที่ประสบความสำเร็จ!"

          
(ความรู้เสริมจากผู้ Review : นักลงทุนมี 2 แบบนะครับ คือ นักลงทุน(แนว VI) กับ นักเก็งกำไร(แนวเทคนิค)
นักลงทุน จะ ดูหุ้นพื้นฐาน ซื้อหุ้นในราคาต่ำ หุ้นพื้นฐานดี อ่านข่าววิเคราะห์แนวโน้มราคาด้วยความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ซื้อแล้วเก็บยาว 5 ปี 10 ปี ก็ว่ากันไป ส่วนนักเก็งกำไร จะอาศัยความรู้ทางด้านสถิติ ของราคา เทคนิคการดูกราฟ การวิเคราะห์แนวโน้มด้วย Indicator แบบต่าง ๆ การวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน จะไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับ ข่าวซักเท่าไหร่ )

       ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างนักเก็งกำไรที่ ประสบความสำเร็จในระดับโลกหลาย คน ซึ่งแต่ละคนมีสถิติที่ น่าสนใจมาก  ๆ หนึ่งในนั้นคือขวัญใจของผม เขาคือ "จอร์จ โซรอส" ครับ จอร์จ โซรอส ผู้ร่วมก่อตั้ง กองทุน ควอนตั้มฟันด์  และ ประธานบริหาร บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนโซรอสฟันด์แมเนจเม้นต์ (George Soros, Quantum Funds-Soros Fund Management LLC)
      
       ผู้เขียนได้กล่าวถึง จอร์จ โซรอส ว่า เขาคือมหาเศรษฐีพ่อมดการเงินที่แทบไม่มีนักลงทุนคนใด ไม่รู้จัก เขาคือผู้ที่เคยได้รับฉายาว่า "บรุษผู้ถล่มธนาคารแห่งชาติของประเทศอังกฤษ" หรือ "The man who broke the back of England" จนทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างสพรึงกลัวกับคำว่า "การเก็งกำไร" มาจนถึงทุกวันนี้

  • แก่น
  • ผู้เขียนได้กล่าวถึง ช่องโหว่ของตลาด ความไร้ประสิทธิภาพของตลาด เหตุผลที่ทำให้คุณกำไร มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องรู้จักกับพวกมันเอาไว้ ซึ่งนั่นก็เพื่อที่จะเข้าใจถึงต้นตอและขุมพลังซึ่งอยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ในการทำกำไรของเรานั่นเอง
     
  • ระบบลงทุนและการบริหารหน้าตักเงินทุน 
    ส่วนนี้ ผู้เขียนได้กล่าวถึง การเก็งกำไรตามแนวโน้มอย่างเป็นระบบ ครับ ซึ่งนำเสนอได้น่าสนใจครับ โดยได้ยกตัวอย่างบุคคล คนหนึ่ง ที่ เก็บกำไรตามแนวโน้ม พร้อมกับยกตัวอย่างกฏในการเก็งกำไร เช่น กฏการเก็งกำไรโดยทั่วไป , กฏในการวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยทางด้านเทคนิค เป็นต้น และที่สำคัญ ผู้เขียนได้นำกฏต่างๆ เหล่านั้นมาทำการทดสอบกับ Set Index อีกด้วยครับ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ในหนังสือนะครับ อิอิ
    นอกจากนั้นผู้เขียนยังได้เสนอแนวทางการบริการหน้าตักเงินทุน ด้วย ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น Money Management นะครับ  


  • ทัศนคิติ  
         ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างข้อดีและข้อเสียของการตัดสินใจด้วยวิจารณญาณ ไว้ได้น่าสนใจครับ
        ไม่ว่าคุณจะใช้ข้อมูลซึ่งอยู่ในเชิงคุณภาพ หรือเชิงปริมาณ หรือ มีการประมวลผลข้อมูลด้วยสูตรคณิตศาสตร์ ที่ซับซ้อนซักแค่ไหนก็ตาม แต่หากว่าในขั้นสุดท้ายแล้ว คุณคือผู้ที่พิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนในแต่ละครั้งนั้น จะถือว่า คุณได้ตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของคุณเองเช่นกัน


จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ (ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ Review) :
 
        1. การนำเสนอเนื้อหามีความละเอียดมาก มีเหตุ มีผล มีหลักฐานยืนยันชัดเจน
        2. ได้แนวคิดจาก ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการเก็งกำไร มากมาย
        3. นอกจากความรู้ทางด้านเทคนิคแล้วเรายังได้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงทุนคือ "การตัดสินใจของเรานั่นเอง" (จิตวิทยาการลงทุน) เพราะไม่ว่าเราจะมีข้อมูลเชิงปริมาณ หรือ เชิงคุณภาพที่ดีเยี่ยมเพียงใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว คนที่จะตัดสินใจ Buy หรือ Sell คือตัวเราเอง

ข้อเสนอแนะ (ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ Review) : 

     -
น่าจะมีการนำเสนอ ความรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์แนวโน้ม ทิศทางกราฟ แบบต่าง ๆ  ด้วยนะครับ เช่นการใช้ Indicator แบบต่างๆ
     - น่าจะนำเสนอเนื้อหาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของนักลงทุน แนว VI กับ นักลงทุนทางด้านเทคนิค

ความเหมาะสมสำหรับผู้อ่าน :

          หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่สนใจการลงทุนในหุ้น ทุกระดับครับ และ เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรจากหุ้น

     ฮ่า  ๆ  หากสนใจหนังสือเล่มนี้

หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED  ทุกสาขา ทั่วประเทศ นะครับ

ที่ 13 มีนาพาใจสั่น   แมงเม่านั้นพลันจะมา กว่าจะถึง
ก็ 19 ใจแทบร้าวราวดึง  นี่ก็ถึงแล้วสิฮือ..หนังสือเอย...

เป็นเรื่องปกติของไปรษณีย์ไทยครับ ผมเข้าใจ ไม่ว่ากันครับผม อิอิ จะช้าหรือเร็ว ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ได้หนังสือมาอ่านอยู่ดี มาเร็วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา ... เอิก ๆ ๆ

ขอบคุณทีมงานแมงเม่าคลับมาก ๆ  ครับ

ข้อมูลผู้ review :

   ซีน (ทองเสี่ยน จันทร์พูล)
Facebook : Liberty-exchange Sean
website:  http://www.sean-soft.com

 

 

 

 

 



วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

มรสุมรุมล้อมขอน้อมรับ...

มรสุมรุมล้อมขอน้อมรับ                  ดีกว่ากุมขมับยามหลับไหล

ไม่ครุ่นคิดคิดแล้วกลุ้มร้อนรุ่มใจ        คิดทำไมแค่เรื่องกรวดปวดกระบาล


จะทะยานหรือทยอยคอยกันต่อ         ข้าจะรอพอเถอะดอยคอยแต่ผลาญ


เจ้าจะลงก็ลงทั้งกระดาน                  ขึ้นก็คลานลงก็ผลาญมันไม่ดี






เคยไหมครับ  ที่บางครั้ง เปิดพอร์ตทั้งสองทาง ทั้งขึ้นละลง พอกราฟขึ้นสูง ๆ พอร์ตที่ Short ไว้ก็จะแดงเถือกยิ่งดูก็ยิ่งอยากให้กราฟลงเยอะ ๆ แต่พอกราฟร่วงเยอะ ๆ พอร์ตที่ Long ไว้ก็แดงกระจาย ขึ้นก็ขึ้นไม่ถึง Target ร่วงก็ร่วงไม่ถึง Target ดูแล้วทรมานใจ.... แล้วอย่างนี้จะแก้เกมส์ยังไงละครับ 55555 ปิดกราฟหนีดีกว่า ทนดูไม่ไหว เอิก ๆ  ๆๆๆ ๆ ๆๆๆ

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เปิดพอร์ตช็อตทีไรกำไรหด


เปิดพอร์ตช็อตทีไรกำไรหด           ไม่ได้โทษโคตรเซ็งสต๊อบลอส
ตั้งทีไรไม่เคยพลาดตัดตลอด           หลังคัดลอสดันร่วงช้ำทรวงจริง





การตั้ง Stop loss เป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่นักเทรดนิยมใช้กัน
เป็นวิธีตัดเนื้อร้ายทิ้ง เพื่อรักษาเนื้อเต่งตึงก้อนใหญ่ไว้ อยากมีกำไรต้อง "ขายทำกำไรช้า แต่ ตัดขาดทุนเร็ว"  เมื่อ Profit เป็น +เขียว ๆ ก็ต้องปล่อยให้ +เขียว ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ต้องรีบร้อนตัดทำกำไรเดี่ยวจะได้เป็นพ่อค้าแม่ค้าขายหมู Let's Profit Run นาน ๆ ดอกผลจะได้งอกงาม แน่นอนครับ ใคร ๆ ก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่หลายต่อหลายครั้ง  พอเราตั้ง Stop loss ไว้ กราฟก็มักจะวิ่งไปถึง จุด Cut Loss ก่อนจะวิ่งไปตามทิศทางที่เราต้องการ



วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

Thailand Blog Awards 2013 วิธีการโหวตอยู่ด้านล่างภาพนะครับ



วิธีการโหวต: 10 อันดับแรกจะผ่านเข้ารอบตัดสิน ขอวันละ 1 โหวตนะครับ อิอิ
1.) http://www.thailandblogawards.com/entry/view/50
2.) http://www.thailandblogawards.com/entry/view/52
คลิกลิงค์ 1.) และ 2.) แล้วทำตามภาพด้านล่างง่าย ๆ 3 ขั้นตอน 

 








วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

หนึ่งชั่วโมงกราฟโก่งโค้งเหลือเกิน

หนึ่งชั่วโมงกราฟโก่งโค้งเหลือเกิน        จากที่เดินเหินเวหานภาหมอง

กำลังกลายเป็นหมีที่ยังลอง                 อยากให้มองหันกลับสลับทาง


แท่งขาวขาวยาวยาวเมื่อคราวก่อน
        เป็นเพียงหนอนซอนไซใช่ดาวหาง

แท่งดำดำสุดเลิศล้ำคลำหาทาง           คือดาวหางของแท้แน่นอนเอย...





เมื่อกระทิงวิ่งมาไกลแสนไกล ก็คงจะเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา
บัดนี้จวนได้เพลาที่กระทิงจะพักผ่อนบ้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมี
ทำหน้าที่กระชากจิ้น ด้วยลิ้นอันหยาบ ๆ  ของมัน 5555

ใครที่ยัง Long ก็ Long ต่อไปนะครับ รับรองได้เลยว่าดอยที่ท่านอยู่เนี่ย
น้ำไม่ท่วมแน่นอนครับ อิอิ กระผมขอขี่หลังหมี Short ก่อนและกันครับ เดี๋ยวกระทิงตื่นขึ้นมา เกรงว่าจะช็อก ไม่ได้ Short กันพอดี
เอิก  ๆ







วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สามร้อยกว่า..ติดลบแทบสลบ..

สามร้อยกว่า..ติดลบแทบสลบ                กราฟสยบนักรบตายละลายหิน

หนึ่งร้อยเซ็นแทบสลายมะลายสิ้น           อยู่ใต้ดินจิ้นก็น้อยคอยตั้งนาน


1.3035 ราคาเปิด                                ทิศทางเลิศเปิดชอร์ตล่างช่างกล้าหาญ

กราฟไม่ร่วงดวงก็จอดพอร์ตแดงบาน       เด่นตระการงามสง่าพิลาไลย.. 555






ติดลบ -300 กว่า ๆ รอนานมากยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าจะร่วงเลยนะ ท่านอียู...แง ๆ

ชอร์ต = Short = คือการเข้าซื้อในทิศทางขาลง โดยถ้ากราฟร่วงลงต่ำกว่าราคาที่ซื้อไว้
ก็จะมีกำไร เช่น  เปิดพอร์ตไว้ที่ราคา 1.3035 ผ่านไป 30 นาที ราคาอยู่ที่ 1.2900 ก็จะได้กำไร +135 จุด
แต่ถ้าราคาวิ่งขึ้นไปสูงกว่าราคาที่ซื้อไว้ก็จะติดลบ เช่น เปิดพอร์ตไว้ที่ราคา 1.3035 ผ่านไป 30 นาทีราคาอยู่ที่ 1.3050 ก็จะทำให้ติดลบ -15 จุด


สรุปคือ

Long คือการเข้าซื้อในทิศทางขาขึ้น จะได้กำไรก็ต่อเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปสูงกว่าราคาที่เข้าซื้อ
Short คือการเข้าซื้อในทิศทางขาลง จะได้กำไรก็ต่อเมื่อราคาร่วงลงไปต่ำกว่าราคาที่เข้าซื้อ


พิลาไลย  หมายถึง นางพิมพิลาไลย หรือ นางวันทองในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แท่งเดย์ลี่สี่แท่งแข่งกันบิน...

แท่งเดย์ลี่สี่แท่งแข่งกันบิน                   ดั่งดาวดินดิ้นแล้วรูดร่วงลงพื้น

ได้แต่นั่งรอคอยกันยันเที่ยงคืน              ต้องทนฝืนสะอึกอื้นกลืนน้ำตา


น่าจะลองมองไม่ทันดันไปชอต             อดทนกอดพอร์ตไว้แน่นแล่นเวหา

ร้อยกว่าจุดสุดสวรรค์พรรณนา              โอ้เวหาพาพิโรธสลดใจ


บางครั้งเมื่อกราฟร่วงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เราจะรู้สึกว่า...ยังไงกราฟก็ร่วงต่อแน่นอน
ทำ ให้เรามองไม่เห็นจุดกลับตัว ถ้าเรามองดี ๆ ใช้สติและเทคนิคที่ได้ศึกษามา จะเห็นว่า กราฟที่ทำท่าว่าจะร่วง ก็ยังไม่ทะลุเส้นพาราโบลิค (จุดสีแดงด้านล่าง) ลงมา ดังนั้นกราฟก็ยังขึ้นต่อไปได้ สุดท้ายก็เลยติดลบเป็นร้อยอย่างที่เห็นนั่นละครับ...แง ๆ ๆ

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

5 นาทีมีเสียวแท่งขาวเรียว

5 นาทีมีเสียวแท่งขาวเรียว        ไม่คดเคี้ยวเหลียวหันมองสองฝั่งฝา

พุ่งจากดินบินขึ้นไปใกล้นภา       สูงเสียดฟ้าตัวข้าเม่าเข้าไม่ทัน


ตกรถอีกตามเคย... แง ๆๆๆๆ




แท่งขาว ๆ ยาว ๆ แบบนี้เหล่านักเทรดทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ชอบมากครับ (ถ้า Long ไว้ แต่ถ้า Short ไว้คงอยู่ใต้เหวแน่ ๆ อิอิ) การขึ้นลงของกราฟมองไป มองมา ก็คล้ายกับการโยนลูกปิงปองว่าไหมครับ
ครั้งแรกที่หล่นลงพื้น ก็จะเด้งขึ้นสูง แล้วค่อย ๆ เด้ง ต่ำลง ๆ เรื่อย ๆ จะว่าคล้ายกับขั้นบรรได ก็ไม่ผิดนะครับ สำหรับใครที่ขึ้นรถคันนี้ไม่ทันก็รอคันต่อไปนะครับ รถเมย์ ไม่ได้มีคันเดียว ไม่ต้องรีบร้อนกระโดดขึ้นไปนะครับ เดี๋ยวเจอร่วงระนาวราวกระได จะกลายเป็นว่า กลัวตกรถแต่ดันดิดดอย...

อันว่ากราฟคงทราบดีมีสองทาง...


อันว่ากราฟคงทราบดีมีสองทาง         จะกล่าวอ้างชี้แจ้งแถลงไข

บ้างก็ขึ้นก็บ้างก็ลงอย่างเร็วไว            อยากกำไรใช่วู่วามตามให้ทัน
 

ดูเหมือนขึ้นแต่กลับลงคงเจอบ่อย       ลิ้นแทบห้อยคอยนานก็ไม่หวั่น

ชอตแล้วรอรอแล้วลองจ้องทั้งวัน        อยากได้พันดันได้แค่ดอลเดียว
 

มีสามเหรียญเพียรประจบให้ครบห้า      แทบจะบ้ารอกำไรใจหดเหี่ยว

สุดท้ายเหลือเพียงศูนย์สุดฉุนเฉียว      ได้ดอลเดียวกำไรหดหมดเลยตรู




ทิศ ทางของกราฟก็มีแค่ 2 ทาง น่าแปลกไหมละครับทำไมถึงทำให้เราขาดทุนได้  ทั้ง ๆ ที่โอกาสขึ้นกับโอกาสลงก็น่าจะ 50:50  ถ้าเราเลือกทางใดทางหนึ่ง โดยไม่เปลี่ยนใจกลางทาง ก็น่าจะมีกำไร เช่น เลือกที่ Long ก็ Long Only  เลือก Short ก็ Short Only การจ้องทั้งวันยิ่งทำให้เราไขว้เขวได้ง่าย 
สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อให้เห็นคือ การเล่นระยะสั้น ๆ หรือการจ้องกราฟตลอดทั้งวันทั้งคืน  โอกาสขาดทุนค่อนข้างสูง ครับ
 

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สามอาการเป็นเม่าเจ้าควรรู้...

สามอาการเป็นเม่าเจ้าควรรู้                      หนึ่งอดสูนั่งดูดอยคอยเหน็บหนาว 
 
สองขายหมูดู๊ดูนั่งดูยาว                           สามหนาวเหน็บเจ็บใจไปไม่ทัน


 
ข้าหาใช่เม่าไม่อย่าดีใจ                           ยิ่งกว่าใช่โคตรเม่าเศร้ากว่าฉัน  


เอเวอร์เรสเย็นสดชื่นขึ้นผิดคัน                  เทพกว่านั้นหมูไม่ขายเพราะไม่มี...555


ขอบคุณไอเดียดี ๆ จาก http://www.maoinvestor.com 


ขอบคุณภาพจาก http://news.giggog.com/315911


สงสัย ผมคงเป็นโคตรเม่าแน่ ๆ เลยครับ พี่น้อง...ดิดดงติดดอยผมไม่เคยมี ติดทั้งทีก็ต้องโน่นแหละครับสูงเสียดฟ้าดั่งยอดเขาเอเวอร์เรส.. หมูเหมอไม่เคยขายหรอกครับ คนอื่นเขาขายกันอย่างเมามัน ส่วนเราจะขายทั้งทีก็ไม่มีซักกะตัว...555 โคตรเม่าตัวจริง เสียงจริง.... เอ้า...ใครเคยเป็นยกมือขึ้นหน่อยครับ...เอิก ๆ ๆ